Why??

 


บ้านนี้ส่งเสริมเรื่องความกล้าแสดงออก

5 ขวบแล้วต้องช่วยเหลือตัวเองได้ บอกความต้องการของตัวเองได้

เราใช้ เอ๊ย!! เราสร้างโอกาสให้ลูกได้ซื้อของเอง





Why


55555555


เรา (ยุยง) ส่งเสริมให้น่านน้ำเข้าไปซื้อน้ำแข็ง ที่ร้านขายของชำในซอย 

มาเห็นรูปแล้วน่าสงสารง่ะ หิ้วซะตัวแอ่นเชียว


การซื้อของในเซเว่นดูจะเป็นเรื่องเบสิคมากสำหรับเด็กสมัยนี้

ง่ายๆ เดินเลือกๆ เสร็จแล้วก็มาเข้าแถววางที่เคาน์เตอร์คิดเงิน

แต่การไปซื้อของที่ร้านขายของชำ มันไม่เหมือนกันนะ

มันต้องเข้าไปบอกคนขายว่าจะเอาอะไร เอาเท่าไหร่ แล้วเค้าจะหยิบให้

นั่นแหละ วัดความกล้าของลูกค้าวัย 5 ขวบได้ดี


เหตุการณ์แรกที่ทำให้เราเริ่มมีความคิดอยากให้ลูกกล้าแสดงออกกับการดำรงชีวิตประจำวันทั่วๆ ไป

คือการบอกให้พนักงานที่ร้านอาหารเก็บตังค์หลังกินเสร็

กว่าจะเก็บตังค์กันได้ นึกว่าต้องนอนที่ร้านซะแล้วม๊า

เพิ่งรู้ว่า การเอ่ยปากบอกคนแปลกหน้าให้ทำอะไรบางอย่างให้  มันยากมากสำหรับลูกลิง

น่านน้ำอาย ไม่กล้า เขิน และดูเหมือนเธอจะเครียดมากเลย เมื่อป๊ายื่นคำขาดว่า 

หากลูกไม่ไปบอกพี่พนักงานให้มาคิดตังค์ เราก็จะไม่กลับบ้านจะนั่งกันอยู่นี่แหละ

จนสุดท้ายเธอก็รวบรวมความกล้า และคาดว่าน่าจะกลั้นหายใจตอนบอกพนักงานด้วย 

"พี่คะ คิดตังค์ค่ะ"  แทบกระซิบ เพราะพนักงานผู้โชคดีคนนั้น ก้มลงถามซ้ำ  "หา??"  

555555


...



ที่โรงเรียนน่านน้ำ เด็กๆ ก็ซื้อขนมในโรงอาหารเองอยู่นะ เค้าขายทุกอย่าง 5 บาทหมด ยกเว้นนมหรือโยเกิร์ต ในตู้แช่

แต่ร้านค้านอกบ้านน่านน้ำยังไม่เคยซื้อเอง ซึ่งป๊ากับม๊าก็ไม่เคยคิดจะให้เธอต้องทำเองหรอก 

ก็อย่างที่บอกว่า หลังจากเหตุการณ์ "พี่คะ คิดตังค์ค่ะ" ครั้งนั้น ทำให้เราต้องสร้างโอกาสให้เค้าบ่อยๆ

ด้วยเหตุผลที่ม๊าเองก็ยังไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไร หรือ มันจะดีมั้ย 

แต่รู้สึกว่ามันจะช่วยให้การใช้ชีวิตในสังคมของลูกเป็นไปอย่างราบรื่นกว่าการ "ไม่กล้า"


ที่ร้านขายยาเจ้าประจำของบ้านเรา (แบบว่ามีประกันสังคมไว้เท่ห์ ๆ ไปงั้นแหละ -"- ) 

อุดหนุนกันมาตั้งแต่เค้าเพิ่งเปิดร้านใหม่ๆ จนคุ้นเคยกันดี 

เจ้าของร้านชาย-หญิงเป็นเภสัชฯ วัยใกล้เคียงกันกับป๊าและม๊า (หวังว่าจะเค้าจะแก่กว่า) 

ไปซื้ออะไรบ้าง ยาอม ยาแก้ไอ ยาแก้ไข้ แก้หวัด และอีกสารพัดแก้ 

ยาแก้อ้วนก็เคย  ไม่สิ ต้องเรียกมันว่า อาหารเสริมมากกว่า เพราะว่ากินแล้วไม่หายอ้วน

และทุกครั้งที่ไปซื้อ ลูกลิงจะขอซื้อวิตามินซี 1 ซอง ไม่สีม่วง สีส้ม ก็สีเหลือง พ่วงด้วยทุกครั้ง

แต่มีอยู่ครั้งนึง เดินผ่านหน้าร้านยาเจ้าเดิม ไม่ได้คิดจะซื้อยาอะไร แต่น่านน้ำเกิดอยากจะอมวิตามินซีขึ้นมา

ก็เลยกวนจะให้ป๊าเข้าไปซื้อให้  ป๊าเอง ซึ่งเดาว่าน่าจะขี้เกียจเปิดประตูร้านเข้าไปซื้อของ 5 บาทแล้วออก

ก็เลยคิดแผน หลอกให้เด็กไปซื้อเอง โดยอ้างว่าเป็นการส่งเสริมความเชื่อมั่นในตนเองของลูก 

555555555

ให้ตังค์ไป 10 บาท ซื้อ 5 บาท ต้องทอนเท่าไหร่

เน้!!..ได้สอนคณิตศาสตร์ลูกทางอ้อมอีกต่างหาก



Why



กว่าจะยุให้ยอมเข้าไปซื้อคนเดียวได้

ยืนง๊องแง๊งๆ กันอยู่พักนึงแน่ะ สุดท้ายบอกเค้าว่า ถ้าลูกไม่เข้าไปซื้อเองก็กลับบ้านกัน

นั่นแหละคุณนายเธอเลยรวบรวมความกล้าดันประตูเข้าไปซื้อเอง เจอพี่เภสัชฯ ผู้หญิง 

จะบอกว่าครั้งแรก พี่เภสัชฯ มองลูกค้าไม่เห็น เพราะหัวต่ำกว่าตู้ 5555

เห็นแกชะโงกหน้าหาที่มาของเสียงเดินใหญ่

เค้าคุยกันแป๊บนึง ก็หยิบวิตามินซีให้น่านน้ำ น่านน้ำรับซองวิตามินซี เสร็จแล้วก็ยืนมองหน้าพี่เภสัชฯ  5555

งงอยู่  รับของแล้วทำไงต่อ 

จนพี่เภสัชฯ คงถามอ่ะนะ ว่าเอาตังค์มามั้ย ลูกลิงเลยยื่นเหรียญ 10 ในมือให้

ยื่นเสร็จรีบหันหลังกลับ พี่เภสัชฯ เรียกให้กลับไปเอาเงินทอน

นั่นแหละถึงได้ออกมาจากร้าน แบบยิ้มหน้าบาน ภูมิใจสุดๆ 

พี่เภสัชฯ มองตามลูกค้าตัวเล็กแบบงงๆ แล้วจึงได้เห็นว่า มีอิพ่ออิแม่มันแอบสังเกตการณ์อยู่นอกประตูร้าน

แล้วเราก็ส่งยิ้มให้กัน  พี่เภสัชฯ หัวเราะยังกะโดนถ่าย  ดาราจำเป็น  555555


...



หมู่นี้ม๊ามีความสงสัยอะไรบางอย่าง

มันมีอยู่เรื่องนึงที่เกิดคำถามขึ้นกับตัวเองมานานแล้ว แต่ก็ทำเออๆ ออๆ ตามน้ำไป 

เพราะเห็นว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร  คิดอย่างเข้าใจธรรมชาติว่าก็คงเป็นที่นิสัยส่วนบุคคล

จนวันนึง เพิ่งสังเกต แล้วก็ตั้งใจที่จะตั้งคำถามแล้วก็หาคำตอบกับตัวเองอย่างจริงๆ จังๆ

ประมาณว่า ฉันคงละเลยกับความสงสัยของตัวเองต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ใครจะว่าโรคจิตก็โรคจิตล่ะ (วะ)

เมื่อไปเจอเหตุการณ์นี้ซ้ำๆ กัน ทั้งห้องน้ำบ้านญาติ  ห้องน้ำสาธารณะ ห้องน้ำร้านอาหาร หรือแม้แต่ห้องน้ำที่บริษัท



ถึงขั้นต้องถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน





Why





Why



ทำไมอ่ะ??  ที่เค้าไม่แขวนในที่ที่มันควรแขวน ทั้งๆ ที่มันก็มีที่ให้แขวน เพราะอะไร??

มันเป็นเทคนิคการรักษาสภาพสายยาง หัวก๊อก หรือว่าความแรงของน้ำ (วะ)




Why



เห็นทุกที ก็เอากลับไปแขวนทุกที แต่พอเข้าไปอีกที เฮ้ย!! ก็กลับมาอยู่ที่เดิมอ่ะ



Why???   



รึเราผิดปกติ  รึเค้ามีข้อตกลงกันใหม่ทั้งเมือง รึเราขาดความรู้ใหม่อะไรไปรึเปล่า  




Why???



แอร๊ย  อิโรคจิต!!



5555555555



     Share

<< ดอกไม้จีน / โทรศัพท์ชิพมังค์อัพย้อนหลังสงกรานต์ >>

 

 

 

 

 
 

Daisypath Anniversary tickers

 

my comment

เรื่องสายชำระ ขำอ่ะตูน 555X100
อาทิตยา   
Fri 18 May 2012 2:03 [3]

ขอชื่นชมในการส่งเสริมให้น่านน้ำมีความกล้าแสดงออก เด็กห้าขวบ ช่วยเหลือตัวเองได้หลายๆอย่างเนี่ย เก่งมากๆ น่าเอาเป็นตัวอย่าง

ย้อนไปอ่านไดหน้าก่อนๆ สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังด้วยนะจ๊ะ พี่ก็ชอบมากเลยล่ะฉลองวันเกิดแบบเรียบๆง่ายๆกับครอบครัวแบบนี้ เรื่องดอกไม้จีนก็น่าสนใจมากๆ ใช้ธรรมชาติดีท็อกซ์ธรรมชาติด้วยกันอย่างนี้ พี่ชอบบบบบ ถ้าที่เมืองไทยยังหากินได้ยาก ก็ลืมที่เมืองนอก(อย่างที่นี่)ไปได้เลย เหอๆ กลับเมืองไทยแล้วจะไปหามากินล้างลำไส้ตัวเองมั่ง 555

อ้อ ส่วนเรื่อง ทำไม นั้น พี่ก็เห็นบ่อยเหมือนกันนะ ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เขาจึงวางกันอย่างนั้น ถ้าที่วางมันหักชำรุดก็ว่าไปอย่างเนอะ งง ???
j+jdokbua   
Sat 12 May 2012 8:08 [2]

เป็นวิธีที่น่ารักและใช้ได้จริงๆเลยนะค่ะ
รูปสุดท้ายดารืลิ้งก็เป็นแบบนั้นนะค่ะ พอเห็นรูป แอบฮาเหมือนกัน ^^"
พี่ตูนหายไปนานเลย คิดถึงค่ะ
darling   
Sat 12 May 2012 5:30 [1]

 

post comment

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

diary update

Hatyai Cable Car / JMC Mini Concert
บำรุงซะบ้าง "บลูอ๊อกซิเจน"
เที่ยวตลาดกับคุณยาย
หลายเรื่องในวันอาทิตย์
อัพย้อนหลังสงกรานต์
Why??
ดอกไม้จีน / โทรศัพท์ชิพมังค์
28 หรือ 33
มาแระ
โปรเจคใหม่ วางแผงแล้ววันนี้
งานยักษ์